อ.นุ้ย English Breakfast ในนิตยสาร U-Challenge

อ.นุ้ย English Breakfast ในนิตยสาร U-Challenge

อ.นุ้ย English Breakfast กับประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิตในรั้วจามจุรี V.34
วัน จันทร์ 10 ธ.ค. 07@ 17:41:16 ICT
หัวข้อ: uc_memory

ทำไมต้องเป็น “อ.นุ้ย” น่ะหรือ… จุ๊…จุ๊… อย่าเอ็ดไป ก็อ.นุ้ยเนี่ยเป็นคนเก่งจริ๊ง…จริง…หรือจะพูดได้ว่าเป็นคนเก่งมาตั้งแต่เกิดเลยก็ได้นะเนี่ย ต้องติดตามเลย…ม๊ามะมาตามดูกัน

“อ.นุ้ย” น่ะตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นม.ต้น (ม.3) โรงเรียนสาธิตปทุมวันก็ยังไม่ได้ฉายแววอะไรมากมาย แต่แววนะได้ฉายแสงออกมาเมื่อครั้งที่สอบเข้าเรียนต่อม.ปลาย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แต่เรียนได้เพียง 1 ปีเท่านั้น ไม่ใช่ถูกไล่ออกน่ะ แต่ “อ.นุ้ย” ของเราในตอนนั้นสอบเทียบม.ปลายได้สำเร็จเลยย่นระยะเวลาในการเรียนลงไป และเท่านั้นยังไม่พอเมื่อ “อ.นุ้ย” ได้ En’t ครั้งแรกก็สอบติดในคณะอักษรศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเลย

อย่างไรก็ตาม “อ.นุ้ย” ของเราก็ยังคงความเก่งอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เมื่อเรียนอยู่จุฬาฯ ก็ใช้เวลาอันสั้นจบเพียง 3 ปีครึ่ง แถมยังได้เกียรตินิยมอันดับ 1 อีกด้วย จากนั้นก็ยังสอบทุนจากบริษัทเซลล์และรัฐบาลอังกฤษให้ไปเรียนปริญญาโทสาขากฏหมายระหว่างประเทศจาก University of Durham ประเทศอังกฤษ แต่พอใกล้จะจบก็สอบได้ทุน ก.พ. ไปเรียนปริญญาโทสาขา Speech Communication จาก Portland State University สหรัฐอเมริกา 

และเมื่อสำเร็จคว้าปริญญาโทใบที่สองมาครองได้สำเร็จ “อ.นุ้ย”ของเราก็บินลัดฟ้ากลับมารับใช้ราชการ(ใช้ทุน)ในตำแหน่ง เจ้าหน้าที่วิเทศน์สัมพันธ์ สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ ที่กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมกับเปิดสถาบันสอนภาษาอังกฤษโดยใช้ชื่อสถาบัน NUI ENGLISH และเรียนป.เอก ที่ NIDA ไปด้วย  

ซึ่งพอใช้ทุนของรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อย “อ.นุ้ย” ของเราก็ได้ลาออกมาทำสถาบันสอนภาษาอังกฤษ และนอกจากนี้ก็ได้เป็นอาจารย์พิเศษสอนภาอังกฤษ ทำรายการ English Breakfast ช่อง Thai PBS รับแปลและเขียนบทความภาษาอังกฤษ เขียนบทความลงหนังสือต่างๆ และเปิดร้านตกแต่งรถยนต์กับน้องชายอีกด้วย

เรียนภาษาอังกฤษ ที่ Nui-English

credit ภาพจากหนังสือ just ask พี่นุ้ย ไขปัญหาภาษาอังกฤษกวนใจ

สำหรับเรื่องที่เราไปแอบขุดคุ้ยมาได้ที่เจ้าตัวไม่เคยยอมปริปากบอกกับใครที่ไหนมาก่อนก็คือ สมัยที่เป็นเธอเป็นเฟรชชี่น้องใหม่ของรั้วจามจุรีนั้น จากการที่เธอยังเป็นเด็กมากๆ ผนวกกับเป็นเด็กที่สอบเทียบมาจึงทำให้เธอค่อนข้างเรียนตามเพื่อนไม่ทัน จึงต้องเก็บเนื้อเก็บตัวเป็นหนอนหนังสือไม่ค่อยเข้าร่วมกิจกรรมเท่าไร ด้วยใจที่มุ่งมั่นว่าจะต้องเรียนให้ทันเพื่อนๆ และในที่สุดเธอก็ทำสำเร็จ (เฮ้อ…เล่นเอาแทบแย่เลย)

และสำหรับกิจกรรมแรกหลังจากที่เลิกหมกมุ่นกับตำราที่ “อ.นุ้ย” หรือ “น้องนุ้ย” ของเพื่อนๆ ในตอนนั้นได้ทำคือ เป็นแม่ค้าขายสมุดของคณะฯ แล้วพอได้เข้ามาสู่วงการกิจกรรมเรื่อยๆ “อ.นุ้ย” ของเราก็เริ่มที่จะรู้จักเพื่อนมากมาย จนกระทั่งในปีสุดท้าย “อ.นุ้ย” ของเราก็ได้รับความไว้วางใจจากนายกอบจ. (องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ให้นั่งเป็นหัวหน้าแผนกที่เพิ่งเปิดริบบิ้นแผนก คือ แผนกต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับอุปนายกฝ่ายนอก

ซึ่งหน้าที่หลักที่ “อ.นุ้ย” ทำคืองานแนะแนวการศึกษาให้กับนักศึกษาที่สนใจจะไปศึกษาเล่าเรียนต่อที่ประเทศประเทศอเมริกาและประเทศออสเตรีย ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดแผนกใหม่และจัดกิจกรรมครั้งแรก

และนอกจากนี้ก่อนจะจบจากรั้วจามจุรี “อ.นุ้ย” ของเราก็ได้ทิ้งทวนทำกิจกรรมอีกอย่างหนึ่งก็คือ นั่งเก้าอี้เป็นหัวหน้าฝ่ายข้อมูลประสานงาน และประเมินผล ส่วนกลาง ในงานจุฬาฯวิชาการ ซึ่งก็ต้องคอยประสานงานและเก็บข้อมูลไว้ให้กับรุ่นน้องได้ใช้ต่อไป

ส่วนเรื่องวีรกรรมที่เราไปแอบรู้มาที่เพื่อนๆ หรือเจ้าตัวเองก็ยังยอมรับก็คือ ความซุ่มซ่ามของเจ้าตัวมาตั้งแต่เด็ก โดยความซุ่มซ่ามที่ทำให้ “อ.นุ้ย” ถึงกับอายมีอยู่ 2 ครั้งคือ ครั้งแรกตอนเด็กๆ ที่เธอเดินตกท่อตัวเปียกมอมแมมไปหมด แต่นั้นไม่อายเท่ากับตอนที่เธอไปฝึกอบรมที่ตลาดหลักทรัพย์แล้วเดินเข้าห้องน้ำผิด ดันไปเข้าห้องน้ำผู้ชายสะฉิบ 

แหม!!!…เล่นเอาไม่กล้าสู้หน้าใครไปพักหนึ่งเลยนะเนี่ย

พี่พียังได้ทราบมาว่า กว่าที่ “อ.นุ้ย” จะได้ทุนมาเนี่ยไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก นั่นคือ “อ.นุ้ย”ของเรามือเป็นระวิงกดโทรศัพท์โทรตามสถานที่ต่างๆ ที่เปิดรับสมัครสอบชิงทุน

เรียนภาษาอังกฤษ ที่ Nui-English

credit ภาพจากหนังสือ just ask พี่นุ้ย ไขปัญหาภาษาอังกฤษกวนใจ

และพี่พียังได้ทราบถึงเทคนิคการเรียนเก่งของ “อ.นุ้ย” ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนว่า ทุกอย่างต้องมีการวางแผนตั้งแต่เริ่มลงทะเบียนเลย โดยต้องวางแผนระยะยาวเลย และนอจากนี้ต้องทำตามแผนหรือเตรียมตัวล่วงหน้าให้ดีๆ 
ว้าว!…เป็นนักวางแผนสะด้วย

และพี่พียังได้ไปรู้ลึกมาอีกว่า “อ.นุ้ย” ของเรานอกจะเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษที่เก่งหาตัวจับได้ยากแล้วเธอยังเป็น “เจ๊ดัน” คือ ดันและปั้นลูกศิษย์ที่มาเรียนภาษาอังกฤษกับเธอให้สอบชิงทุนได้หลายต่อหลายรายแล้ว

ว้าว…เป็นไงบ้างหล่ะเพื่อนๆ ชาว U สำหรับหญิงสาวคนเก่งของเราในครั้งนี้ เก่งใช่ไหมหล่ะ… ใครอยากจะเก่ง โดยเฉพาะภาษาอังกฤษอย่างเธอก็ไม่ยากกรี๊งกร๊างไปได้ที่ 08-9883-4523
หรือที่ http://www.nuienglish.com รับรองว่าไม่ผิดหวัง

 คลิกที่นี่เพื่ออ่านเรื่องอื่นๆ